ใช้ครีมกันแดดอย่างไม่มีความเข้าใจ ก็ไม่สามารถปกป้องผิวได้ดีที่สุด

Share Button

ผิวหนังของเรา เป็นส่วนในร่างกายที่มีจำนวนมาก และห่อหุ้มอวัยวะส่วนประกอบต่างๆ ของร่างกายเอาไว้ภายใน ผิวของเราจึงเป็นเหมือนด่านหน้าในการเผชิญกับแสงแดด สภาพอากาศ และมลภาวะต่างๆ อย่างเต็มๆ ในทุกวัน โดยเฉพาะผิวหน้าที่ต้องเผชิญแสงแดดในทุกวัน และหลีกเลี่ยงได้ยากกว่าส่วนอื่นๆ ของร่างกาย

เราทราบกันดีว่าครีมกันแดดนั้นมีความจำเป็นในการปกป้องผิวของเราจากแสงแดด ซึ่งเป็นตัวการสำคัญของการเกิดปัญหาผิวต่างๆ รวมถึงอาจเป็นมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วย แต่หลายคนยังเข้าใจผิดในการใช้ครีมกันแดด ทำให้ไม่สามารถปกป้องผิวจากแสงแดดได้อย่างเต็มที่ ซึ่งความเข้าใจผิดต่างๆ มีดังนี้

ครีมกันแดดควรทาครั้งเดียวก็เพียงพอ
การทาครีมกันแดดเพียงครั้งเดียวในหนึ่งวัน อาจไม่เพียงพอที่จะปกป้องผิวของคุณได้ หากว่าคุณต้องเจอแสงแดดอยู่ตลอด หรือทำงานกลางแจ้ง ดังนั้น คุณควรทาครีมกันแดดซ้ำทุก 3-5 ชั่วโมง หากว่าต้องทำงานกลางแจ้ง หรือต้องเผชิญกับแสงแดดเป็นประจำ

ถ้าไม่มีแดดก็ไม่จำเป็นต้องใช้
เป็นความคิดที่ผิดมาก เพราะแม้ในวันนั้นจะไม่มีแดดแรง หรือแทบไม่มีแดด คุณก็ต้องทาครีมกันแดด เพราะแสงแดดเพียงน้อยนิดในบางช่วงก็สามารถทำร้ายผิวคุณได้ มากไปกว่านั้น ครีมกันแดดยังช่วยปกป้องผิวคุณจากรังสียูวีในชีวิตประจำวันได้ด้วย ดังนั้น ไม่ว่าจะสภาพอากาศเช่นใด คุณก็ควรทาครีมกันแดดในทุกวัน

SPF ยิ่งมาก ยิ่งกันแดดมาก
ในความจริงแล้ว SPF ที่มีค่าต่างกัน ไม่ได้หมายความว่ากันแดดได้มากกว่า มันเพียงแต่สามารถกันแดดได้นานกว่าต่างหาก การเลือกใช้ SPF มากๆ จึงช่วยป้องกันคุณจากแสงแดดได้นานกว่า SPF น้อยๆ ซึ่ง SPF 50 ก็ช่วยปกป้องผิวคุณจากแสงแดดได้นาน 5 ชั่วโมงเท่านั้น ดังนั้น ควรทาครีมกันแดดซ้ำทุก 3-5 ชั่วโมง หรือทาทุก 1-2 ชั่วโมง หากใช้ค่า SPF น้อยๆ

การทาครีมกันแดด เป็นสิ่งที่สำคัญมากในการปกป้องผิว ซึ่งจะต้องใช้อย่างเข้าใจ จึงจะเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด และนอกจากการใช้ครีมกันแดดแล้ว การเลือกใช้สบู่ล้างหน้าก็มีส่วนช่วยในการดูแลผิวอย่างมาก ควรเลือกใช้สบู่ล้างหน้าที่ไม่ทำให้หน้าแห้ง มีวิตามินและคอลลาเจนที่ดีต่อการบำรุงผิว และช่วยกำจัดความมัน รวมถึงสิ่งสกปรกออกจากใบหน้าของเราได้อย่างหมดจด เช่น สบู่หน้าใส  สบู่ส้ม ที่มีสารสกัดช่วยบำรุงผิวอย่างล้ำลึก แม้เป็นเพียงสบู่ก็ช่วยฟื้นฟูผิวหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ